ใช้ดีจึงบอกต่อ

Category:Movies
Genre: Comedy
ผมจำไม่ได้ว่าเคยมีหนังไทยเรื่องไหนที่ทำเป็นหนัง road movie เพิ่งได้ดูเอาก็เรื่องนี้แหละ เมล์นรก หมวยยกซดเนี่ย

ส่วนตัวไม่ค่อยชอบหนังเรื่องนี้ตั้งแต่ตอนดูตย.แล้ว คนบ้าจี้รถ แล้วคงตลกฝืดๆ มุขขำก็เอามาโฆษณาตามสูตหนังขายตลก

แต่แล้วก็มีโอกาสได้ดูหนังเรื่องนี้ด้วยความอุปการะจากเพื่อน ก็เลยเอามาดูฆ่าเวลา เนื้อเรื่องก็ตามที่ดูตย.มาแหละครับ มีคนจี้รถเมล์แล้วก็หนีตำรวจ แล้วก็บลาๆๆ ขี้เกียจเล่าฮะ เอาเป็นว่าพลอตธรรมดาๆ มีป๋าเทพเป็นคนขับ ซูโม่กิ๊กจี้รถเมล์ โน้สเป็นกระเป๋า บวกกับผู้โดยสารจำนวนหนึ่ง อาทิ ป้าจิ๊ก เนาวรัตน์ คมสัน(108 มงกุฎ) เฟรส(ส้มแบงค์) อิม(อชิตะ) อ้น(ศรีพรร) แค่นั้นฮะ

แต่ด้วยวิธีการเล่าเรื่อง จังหวะ หรืออะไรก็แล้วแต่ มันเหมาะเจาะครับ แทนที่หนังจะดูปัญญาอ่อน กลับทำให้หนังมันน่าสนใจ น่าติดตาม และเกิดอารมณ์ร่วมไปกับตัวละครด้วย ตัวหนังก็ดำเนินเรื่องได้กระชับ ไม่เยิ่นเย่อ ตรงนี้น่าสังเกต จากตัวนักแสดงจะเห็นว่าก็พวกตลกอ่ะ ไม่ได้ดีไปกว่าหนังตลกเรื่องอื่นๆ แต่ว่าเนื้อเรื่องมันมีร่องรอยไม่ล่องลอยเหมือนหนังตลกอื่น อันนี้ผมยกความดีให้ ผกก. นะ

มากลับเข้าเรื่อง ถ้ามองว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังตลกผมว่า หนังตลกดีครับ ตลกใช้ได้เลย ไม่พยายามยิงมุขจนเกินเลย บทพูดมันธรรมชาติ มันตลกของมันเอง ซึ่งผมชอบแบบนี้มากกว่า นอกจากตลกแล้วผมว่าเรื่องนี้สาระนะ สาระแบบไม่เลี่ยน ไม่ได้แบบเดินมาบอกคนดูตรงๆว่านี่ดี นี่เลว แต่ว่าบอกในทางอ้อมๆ ด้วยการคลายปมต่างๆที่หนังผูกไว้ ตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง

อีกเรื่องที่ไม่พูดไม่ได้คือ นักแสดงฮะ เรื่องนี้ผมขอชมเลยว่า นักแสดงทำหน้าที่ได้ดีมากครับ เล่นเอาคนดูอย่างผมคิดในใจว่า ป๋าเทพแม่งขับรถเมล์มาก่อนรึป่าววะ

สรุปว่าหนังเรื่องนี้ก็ดำเนินตามสูตรของ road movie ครับ ตัวละครเติบโตไปพร้อมกับการเดินทาง ดูแล้วรู้สึกดีครับ ชอบครับ ดูแล้วอยากบอกต่อครับ เผื่อว่าตอนแรกจะมีคนอคติแบบผม มีเวลาไปหาซื้อมาดูนะครับ

ปล. ดูเรื่องนี้แล้วนึกถึง road moive เรื่องที่ดูไปก่อนหน้า คือ little miss sunshine เรื่องนั้นเข้าชิงออสการ์เชียวนะ เรื่องอาจจะได้ชิงสุพรรณหงส์ก็ได้


Category:Movies
Genre: Drama
ผู้กำกับภาพยนตร์รางวัลอาคาเดมี่ญี่ปุ่น โคอิซุมิ ทาคาชิ พร้อมด้วยนักแสดงนำ เทราโอะ อาคิระ ในนวนิยายขายดีรางวัลยอดเยี่ยมรางวัล Honya ครั้งที่ 1 กับภาพยนตร์ที่ทุกคนเฝ้ารอคอย เรื่องราวของความรักอันกว้างไกลลึกซึ้ง ซึ่งจะตราตรึงอยู่ในหัวใจคุณไปตราบนานแสนนาน

“ดอกเตอร์จะอยู่เคียงข้างกับตัวเลขอยู่เสมอ หยุดยืนนิ่งอยู่ที่ตรงนั้นประหนึ่งว่าได้อยู่แนบชิดเคียงใกล้กับสิ่งที่เป็นเสมือนของรักของหวง ในระหว่างที่ดอกเตอร์กำลังพลอดรักอยู่กับตัวเลขนั้น หากมีใครเข้ามาขัดจังหวะเสียแล้วละก็ จะไม่ยอมยกโทษให้เป็นอันขาด”

การพูดคุยกันระหว่างดอกเตอร์กับตัวเลขนั้นช่างเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่หาค่ามิได้ ในนิยายเรื่อง “ดอกเตอร์กับรูทและสูตรรักของเขา” นี้เป็นเรื่องราวของดอกเตอร์ผู้ซึ่งมีจิตใจที่ใสสะอาด และสวยงามเฉกเช่นเดียวกับสูตรทางคณิตศาสตร์ที่เขียนขึ้นจากนิ้วมือของดอกเตอร์

นิยายเรื่อง “ดอกเตอร์กับรูทและสูตรรักของเขา” เป็นหนังสือขายดีติดอันดับซึ่งแต่งโดย โอกาวะ โยโกะ นักเขียนรางวัล Akutagawa และยังได้รับเลือกให้ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมรางวัล Honya ครั้งที่ 1, รางวัลวรรณกรรม Yomiuri ครั้งที่ 55 ผนวกกับผู้กำกับภาพยนตร์ฝีมือดีที่เคยได้รับรางวัลยอดเยี่ยมอาคาเดมี่แห่งประเทศญี่ปุ่นมาแล้วจาก เรื่อง Ame agaru เมื่อปี 2001 ร่วมด้วยสุดยอดดารานักแสดงอย่าง เทราโอะ อาคิระ นักแสดงรางวัลอาคาเดมี่แห่งประเทศญี่ปุ่น, ฟุคาสึ เอริ, ไซโต้ ทาคาชิเกะ, โยชิโอกะ ฮิเดทากะ และอาซาโอกะ รูริโกะ
สูตรทางคณิตศาสตร์ที่ดูเหมือนจะยากแต่กลับท่วมท้นไปด้วยความรักที่อบอุ่นและสวยงาม และเป็น “ความงดงาม” “ความบริสุทธิ์” ที่คนญี่ปุ่นมีอยู่โดยธรรมชาติ เมื่อเรามีความสุขอยู่กับ “ขณะนี้” การมีอยู่ของคนสำคัญก็จะดำรงอยู่ในหัวใจของเราตลอดไป

วันคืนที่เต็มล้นไปด้วยความสุข และความประหลาดใจของเด็กชายอายุสิบขวบกับแม่บ้านและดอกเตอร์อัจฉริยะด้านคณิตศาสตร์ ผู้ซึ่งมีความทรงจำเพียงแค่ 80 นาทีได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

จากอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดทำให้ดอกเตอร์อัจฉริยะด้านคณิตศาสตร์ต้องหลงเหลือความทรงจำอยู่เพียงแค่ 80 นาที เมื่อใดที่เกิดเรื่องสับสนวุ่นวายขึ้น เขาจะไม่ใช้คำพูดแต่กลับใช้ตัวเลขเข้ามาแทน นั่นคือวิธีที่เขาคิดขึ้นเพื่อใช้สื่อสารกับผู้อื่น อันโกะแม่บ้านที่มาทำงานอยู่ที่บ้านของดอกเตอร์กับลูกชายวัยสิบขวบซึ่งอยู่ด้วยกันลำพังเพียงสองคน ดอกเตอร์ตั้งชื่อให้เด็กคนนี้ว่า “รูท” ดอกเตอร์ได้สอนความงดงามของสูตรทางคณิตศาสตร์ และสอนให้รู้จักกับโลกที่ทอแสงประกายสวยงามให้ ทำให้แม่ลูกทั้งสองคนได้รับแรงบันดาลใจจากดอกเตอร์ที่รักในตัวเลข และได้เข้าใจถึงความหมายที่งดงามของคำพูดซึ่งซ่อนเร้นอยู่ภายในสูตรคณิตศาสตร์

credit : คุณ Z2PICTURE จาก http://www.thaidvd.net

สำหรับผมนะ สั้นๆเลย เป็นหนังแนว Feel good อีกเรื่อง ที่สอนให้เรารู้ว่าหนังที่ดูแล้วรู้สึกดีโดยไม่ต้องแลกด้วยน้ำตา

ปล. หนังตอนนี้มีเฉพาะ DVD ทำเองนะครับ ค่ายบ้านเรายังไม่มีใครเอามาทำครับ


ReviewReviewReviewReviewReviewThe Village AlbumNov 13, '06 10:45 AM
for everyone
Category:Movies
Genre: Drama
ได้มีโอกาสไปหนังเรื่องนี้มาเมื่อวานนี้เอง ปกติถ้าหนังทางเอเชียเข้ามาในโรงของเครือ Apex ถ้าไม่ใช่หนังผี กับหนังโป๊ ผมมักจะหาเวลาไปดูเสมอ เพราะหนังส่วนใหญ่ที่เข้ามาเนี่ยค่อนข้างคัดมาแล้ว

เรื่องนี้ก็เช่นกัน ด้วยหน้าหนัง ซึ่งเป็นแนวที่ผมชอบอยู่แล้ว ก็ไม่พลาดที่จะไปดูเลย ยอมไม่ดู The Prestige กับ Candy เลยทีเดียว

เนื้อเรื่องของหนังก็คือ หมู่บ้านนึงกำลังจะถูกเวนคืนพื้นที่ไปสร้างเขื่อน ชาวบ้านจึงลงมติว่าจะทำสมุดภาพของหมู่บ้านกัน ก็เลยจ้างพ่อลูกคู่หนึ่งที่อยู่ที่หมู่บ้านนี้แหละมาถ่ายภาพ เล่าแค่นี้นะครับ ที่เหลือไปดูกันเอง

พูดถึงความรู้สึกหลังจากดูดีกว่า คือ มันโดนมากๆครับเรื่องของพ่อ-ลูก ซึ่งความสัมพันธ์ใกล้เคียงกับครอบครัวผม ตัวหนังมันไม่ได้จงใจจะให้ซึ้งตายกันไปข้างนึงเหมือน always นะครับ แต่ว่าหนังจะดำเนินไปเรื่อยๆ ไม่บีบคั้นคนดูจนเกินไป แต่จะทำให้คนดูค่อยๆรู้สึกอินไปเอง
บรรยากาศของหมู่บ้านนี่ ขอบอกว่างามมากๆ ถือเป็นตัวละครหลักอีกตัวเลยทีเดียว
ยิ่งกว่านั้นคือ เรื่องของการถ่ายภาพ ขอบอกเลยว่า ผมได้อะไรจากเรื่องนี้มาเหมือนกัน
และคงจะติดตัวผมไปอีกยาวเลยแหละ แค่นี้ก่อนละกันครับ

สรุปเลยต้องดูครับ

ปล. เป็นหนังเรื่องแรกที่ดูจบแล้วคนทั้งโรงรอดูเครดิตจนจบ ภาพมันงามจริงๆ


ReviewReviewReviewReviewReviewThierry HenryMay 20, '06 4:33 AM
for everyone
Category:Other
เนื่องในโอกาสที่อองรีเซ็นสัญญา ขอนำประวัติของเค้ามาลงพอสังเขปนะครับ

เกิด:17 สิงหาคม 1977 ที่ปารีส ฝรั่งเศส
1990 ร่วมทีมโมนาโก ขณะมีวัย 13 ปี
1994 ประเดิมสนามนัดแรกกับนีซ 2 สัปดาห์หลังอายุครบ 17 ปีเต็ม
1996 เซ็นสัญญาล่วงหน้ากับรีล มาดริด แต่เอเยนต์ของมาดริดไม่ได้ลงทะเบียนกับฟีฟ่า จึงถูกฟีฟ่าสั่งปรับเงินอองรีและมาดริด
1997 โมนาโกคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 อองรียิงได้ 9 ประตูจาก 36 นัด
1997 ต.ค. ติดทีมชาติฝรั่งเศสชุดใหญ่ในการเจอกับแอฟริกาใต้
1998 เล่นในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ยิง 3 ประตู และคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก
1999 ม.ค. เซ็นสัญญากับยูเวนตุส
1999 ก.ค.เปิดเผยว่าไม่มีความสุขในเดลเล่ อัลปิ
1999 ส.ค. เซ็นสัญญากับอาร์เซน่อล ด้วยค่าตัว 10.5 ล้านปอนด์
1999 ส.ค.ยิงประตูแรกให้อาร์เซน่อลในเกมกับเซาธ์แฮมป์ตัน
2000 มิ.ย.ยิง 3 ประตูให้ฝรั่งเศสในยูโร 2000 ก่อนคว้าแชมป์
2000 ธ.ค.ทำแฮตทริกแรกให้อาร์เซน่อลในการเจอกับเลสเตอร์
2002 คว้าดับเบิ้ลแชมป์กับอาร์เซน่อล และยิงได้ 32 ประตู
2002 มิ.ย.ถูกไล่ออกในฟุตบอลโลกและทีมฝรั่งเศสตกรอบแรก
2003 คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมพีเอฟเอ และเอฟดับเบิลยูพี
2004 เม.ย.ยิงให้อาร์เซน่อลครบ 150 ประตูและคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมพีเอฟเอและเอฟดับเบิลยูเอเป็นปีที่สองติดต่อกัน
2005 ยิงแฮตทริก 2 นัดรวดในเกมกับปอร์ทสมัธและนอริช
2005 ต.ค.ยิงประตูเทียบเท่าสถิติของ เอียน ไรท์ 185 ประตู
2006 พาอาร์เซน่อลเข้าชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมเอฟดับเบิลยูเอ รวมทั้งครองดาวซัลโวพรีเมียร์ชิพ
2006 พ.ค.แพ้บาร์เซโลน่าในแชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ประกาศต่อสัญญาอยู่กับทีมอีก 4 ปี


ReviewReviewReviewReviewReviewAlways - Sunset on Third StreetMay 3, '06 7:52 AM
for everyone
Category:Movies
Genre: Drama
เมื่อวันแรงงานที่ผ่านมา ได้มีโอกาสไปดูหนังญี่ปุ่นเรื่องหนึ่งที่โรงหนังสยาม 1 ใน โรงหนังสุดโปรดของผม แค่นึกว่าตอนแม่อายุเท่าเราก็มาดูหนังที่นี่ก็สุดยอดแล้ว หนังที่จะพูดถึงวันนี้เป็นหนังแนวดราม่า ย้อนยุค อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นหนังน้ำเน่าชีวิตลำเค็ญนะครับ หนังเรื่องนี้ย้อนไปในยุคสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ทุกคนคงพอจะทราบว่า ญี่ปุ่นโดนไปหนักขนาดไหน ซึ่งเรื่องราวในเรื่องจะเกี่ยวกับผู้คนในโตเกียวหลังสงครามมา 13 ปี ซึ่งผู้คนเริ่มจะลืมตาอ้าปากได้บ้างแล้ว แต่บางคนยังมีฝันร้ายติดตัวมาจากอดีต ในปีนี้เองเป็นปีที่มีการก่อสร้างสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น สิ่งที่เป็นตัวจุดประกายความหวังให้กับคนญี่ปุ่น หอคอยโตเกียวนั่นเอวว ในเรื่องเราจะได้เห็นแต่ละขั้นตอนของการก่อสร้าง เหมือนหนังจะต้องการบอกว่า "มา เรามาโตไปพร้อมกับหอคอยโตเกียวกันเถอะ" ซึ่งตรงนี้ทำให้คนไทยแท้ๆอย่างผม นึกคล้อยตามไปด้วย

ตัวหนังดำเนินเรื่องไปโดยการมีตัวละครหลายๆตัว เหมือนเป็นหนังเล็กๆหลายเรื่องที่เกิดขึ้นในฉากหลังเดียวกัน แต่ก็มีความเกี่ยวพันกัน อย่างที่เรียกว่าแยบยล ผมว่ามันเหมือนชีวิตจริงที่คนเราต่างก็มีทางเดินเป็นของตัวเอง แต่ก็สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นได้เช่นกัน ธีมของหนังจะออกไปในทางชวนหัวซะมากแต่ก็มีอารมณ์อื่นมาปนด้วยเพื่อเพิ่มอรรถรสในการรับชมเหมือนอาหารที่ต้องมีหลายรสชาติควบคู่กันไปจึงจะอร่อยและไม่เลี่ยน

แต่จะว่าไปไม่ใช่ว่าเรื่องนี้จะไม่มีข้อเสียเลย สิ่งที่ผมไม่ค่อยชอบในเรื่องนี้อย่างนึงก็คือ การตัดต่อในการเชื่อมแต่ละฉาก(ไม่ทราบว่าจะใช้ศัพท์อะไร งง) เพราะหนังใช้การ fade in, fade out บ่อยครั้ง ซึ่งไม่แน่ใจว่าต้องการทำเลียนแบบหนังสมัยก่อนรึป่าว แต่บางครั้งผมว่ามันทำให้อารมณ์มันสะดุดนะ นอกนั้นก็ถืออยู่ในเกณฑ์ดีหมดครับ เป็นอะไรที่แปลกใหม่ดีในการนำ CG มาใช้ในหนังดราม่า ถึงจะมีบางฉากไม่เนียนก็เหอะ แต่ถือว่าผ่าน

ผมอ่านเจอในเวบว่าหนังเรื่องนี้เป็นแนว feel good ผมไม่รู้หรอกนะว่าหนังแนว feel good เนี่ยควรจะเป็นยังไง มันมีแนวหนังแบบนี้จริงๆรึป่าว แต่ที่รู้ๆ ผมดูหนังเรื่องนี้แล้ว ผม feel good มากๆเลยแหล่ะ

สุดท้ายละ ผมเข้าไปดูเรื่องนี้เนื่องจากไปอ่านใน www.popcornmag.com แล้วรู้สึกว่าหนังค่อนข่างน่าสนใจแต่ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก แต่หลังจากดูจบ ผมคิดว่าผมคงเสียดายมากถ้าไม่ได้ดูเรื่องนี้และคงจะเป็นเพื่อนที่แย่มากๆถ้าไม่แนะนำให้เพื่อนหรือคนรู้จักมาดู

ก่อนจากกันของทิ้งท้ายว่า "ไม่ว่าจะยังไง พระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกก็จะสวยงามแบบนี้เสมอไป" ไปละ


ReviewReviewReviewReviewReviewBrokeback MountainFeb 25, '06 12:56 PM
for everyone
Category:Movies
Genre: Romance
หลังจากไม่ได้เข้าโรงหนังมา 2 เดือน หนังเรื่องที่ประเดิมเรื่องแรกของปีนี้ คือ Brokeback Mountain นี่เอง ล่อหนังเกย์ซะเลย ตอนแรกๆไม่ค่อยอยากดูเท่าไหร่เพราะกลัวจะรู้สึกไม่ดีกับหนัง
พอดีวันนี้ไอเตยมันไม่มีคนดูเรื่องนี้เป็นเพื่อน มันเลยโทรมาชวน ไหนๆก็ไหนๆก็เลยตกลงไปดู
เกริ่นมานานละ เข้าเรื่องดีกว่า หนังจะเกี่ยวกับความรักต้องห้ามของคาวบอยหนุ่มสองคน ที่ใช้ชีวิตอย่างแมน แต่ก็แอบเก็บความรู้สึกแบบนั้นไว้ในใจ นานๆทีถึงจะมาเจอะกัน เล่าแค่นี้พอนะ

หนังเล่าเรื่องไปเรื่อยๆ ไม่ค่อยหวือหวา และมีฉากให้เสียวตูดบ้างนิดหน่อย ซึ่งก็ไม่ได้มีอะไรมากถ้าเที่ยบกับหนังเกย์เรื่องอื่นๆ เอาว่ามีเท่าที่เป็นละกัน ผมว่าดารานำชายทั้งคู่แสดงดีมาก ดีจนแบบว่าถ้าบอกว่าเค้าเป็นเกย์จริงๆก็เชื่ออ่ะ ตัวเนื้อเรื่องก็ดี ผมว่าดีไปหมดเลย แต่จุดแข็งของเรื่องนี้ผมว่าอยู่ที่การดำเนินเรื่องมากกว่า คือเล่าเรื่องได้ไม่โฉ่งฉ่างจนคนดูถึงกับร้องยี้ ถ้าตัดความรู้สึกด้านลบเกี่ยวกับความเป็นเกย์ของหนัง แล้วมองแค่ตัวหนังมองตัวละครในฐานะคนๆนึง แล้วคุณจะรู้ว่ารักที่บริสุทธิ์จริงๆมันเป็นยังไง

อยากชวนทุกๆคนไปดูนะครับ อย่าให้อคติเรื่องเกย์มาทำให้เราอดดูหนังดีๆไป

อย่าปล่อยให้หนังดีลอยนวล


Category:Other
เมื่อวานนั่งรถป.1 จากแหลมฉบังกลับกรุงเทพ ไปจองตั๋วตั้งแต่ สี่โมงครึ่ง รถออกจริง ห้าโมงครึ่ง แต่ไม่มีการออกเบอร์ ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งเคยลงนรกมาก็คราวนี้แหละ ค่ารถคนละ 90 บาท แต่เหลือที่นั่งหลังสุดไว้ให้ 3 ที่ นั่งกะเพื่อนและพี่ที่ทำงาน ยืดขาไม่ได้เลย หัวเข่าชนกะเบาะหน้าตลอด ขยับไม่ได้ ไหล่ก็ชนกะคนข้างๆ แม่งหงิกเหมือนเป็นขิงเลย หลังจากลงจากรถ แทบจะเดินกันไม่ไหว เลยตกลงกันว่า กรูจะไม่กลับรถคันนี้อีกแล้ว สาบานได้ นั่งรถไฟชั้น 3ยังไม่ทรมานขนาดนี้ ใครจะนั่งรถสายนี้ ก็แนะนำให้ตัดขาทิ้ง 2 ข้าง แล้วก็แขนข้างนึง จะนั่งสบายขึ้น ดีนะที่ต่ำสุดของเวบนนี้เค้าให้ได้แค่ 1 ดาว ไม่งั้นมึงเจอ 0 ดาวแน่

ReviewReviewReviewReviewX'Mas with Tokyo GodfatherDec 26, '05 11:59 AM
for everyone
Category:Movies
Genre: Animation
เป็นการ์ตูนที่เพิ่งดูจบไปเมื่อ 1 ชม.ที่แล้ว พอดีมีโอกาสเช่าวีซีดีมาดู เพราะอยากดูมานานแล้วแต่ไม่มีโอกาส ช่างบังเอิญจริงๆที่การ์ตูนเรื่องนี้พูดถึงช่วงวันคริสต์มาสและปีใหม่ทันที ทำให้ผมอินกับบบรยากาศขึ้นอีกเป็นกอง ยิ่งช่วงนี้อากาศหนาวอยู่ด้วย(ช่วงนี้นับถึงเมื่อวาน วันนี้ไม่หนาวแล้ว) อารมณ์กำลังดีเลย กลับมาเรื่องการ์ตูนต่อ จริงๆการ์ตูนเรื่องนี้ทำออกมาค่อนข้างจะสำหรับผู้ใหญ่มากกว่าเด็กเล็กๆเพราะเนื้อหาค่อนข้างจะมีสาระ แล้วก็อยู่กับความเป็นจริงกว่าการ์ตูนเรื่องอื่นๆ เรื่องนี้เกี่ยวกับคนจรจัด 3 คน ที่พยายามตามหาพ่อ-แม่ของเด็กทารกที่ถูกนำมาทิ้งไว้ในวันคริสต์มาส จนมีเรื่องราวมากมาย เรื่องนี้ภาพสวย เนื้อเรื่องดี มีข้อคิด ดูแล้วผมว่าเป็นหนัง/การ์ตุนที่เหมาะมากที่จะดูในวันคริสต์มาส ในสถานการณ์ที่ตอนนี้โรงหนังถูกลิงยักษ์ยึดอยู่นะครับ หันมาดูเรื่องราวน่ารักๆบ้างก็ดีเหมือนกัน ไปหามาดูนะครับ


© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help